Bhutan 53900

BHUTAN ทิพย์พิมาณแห่งวัฒนธรรม ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า 5 วัน 4 คืน
ช่วงเวลาเดินทาง 13-17 เมษายน 2560
เส้นทาง/จุดเด่น
– พาโร – พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ – พาโรซอง – วัดตัมโช – ทิมพู – มหาสถูป โรงเรียนสอนศิลปะ – โดจูล่า – สถูป 108 องค์ – ซิมโตคาซอง – ปูนาคา – วัดชิมิลาคัง ปูนาคาซอง – ตลาดนัดพื้นเมือง – องค์หลวงพ่อสัจธรรม – ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน วัดแม่ชี ซิลูคา – ทาคิน – ทิมพูซอง – วัดทักซัง – วัดคิชูลาคัง


ราคาเริ่มต้น/ท่าน     53,900.-

IMG_0560_resize
IMG_3822_resize
IMG_0415_resize

รายละเอียดโปรแกรม

วันแรก   กรุงเทพฯ- พาโร – ทิมพู
02.00 น.   คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 10 สายการบิน Druk Air (KB) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระต่างๆ แก่ท่าน

04.50 น.   ออกเดินทางสู่ เมืองพาโร โดยสายการบิน Druk Air (KB) เที่ยวบินที่ KB153

06.50 น.   ถึง…พาโร ในเวลาท้องถิ่น หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ เรียบร้อยแล้ว

? เมืองพาโร (PARO)
ตั้งอยู่เหนือเทอกเขาหิมาลัย ด้วยความสูง 7000 ฟิต นำชมตัวเมืองที่ถูกไฟไหม้หลายครั้ง ตัวเมืองปัจจุบันสร้างในปี ค.ศ. 1985 บ้านเรือนสร้างแบบพื้นเมืองมีความสูง 2-3 ชั้น ส่วนใหญ่เป็นซีเมนต์เพื่อป้องกันไฟไหม้ ตกแต่งตัวอาคารด้วยสีสันและลวดลายงดงามแปลกตาไปทั้งเมืองซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้า พาท่านไปช้อปปิ้งบนถนนสายหลักระยะทางสั้นๆสายเดียวของเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าพื้นเมืองและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเนื่องจากเป็นงานฝีมือ

?   พาโรซอง (PARO DZONG)
ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1646 ซึ่งใช้เป็นที่ป้องกันข้าศึกศัตรูมากว่า 250 ปี แต่ถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1907 และถูกสร้างเป็นโบสถ์หลังไฟไหม้ ด้วยไม้ขนาดใหญ่เข้าลิ้น (ไม่มีตะปูแม้แต่ตัวเดียว) ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการบริการกิจการสงฆ์ของเมืองพาโร มีพระสงฆ์จำวัดประมาณ 200 องค์  ชมความงามของตัวอาคารโดยเฉพาะไม้ที่งดงามไปด้วยสีสันและการแกะสลัก (โปรดแต่งกายสุภาพ)

?   พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ BHUTAN NATIONAL MUSEUM (TA DZONG)
ซึ่งแต่เดิมเป็นหอคอยสังเกตการณ์ สร้างในปี ค. ศ .1651  และได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปีค.ศ. 1968  แต่มีลักษณะล้ายวัดมากกว่า งานแสดงส่วนใหญ่เป็นงานที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา ชมภาพพระบฏ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน  นอกจากนี้ยังมีงานหัตถกรรมที่ใช้ประจำวัน เครื่องแต่งกาย ชุดเสื้อเกราะ สัตว์สต๊าฟและแสตมป์ เป็นต้น (โปรดแต่งกายสุภาพ)

?เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารพื้นเมือง

?   วัดคิชู (KICHU TEMPLE) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อยู่ในพระอุปถัมภ์ของพระราชชนนีโดยท่านจะมาทำบุญและวิปัสสนาที่วัดนี้เป็นประจำภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปที่งดงามในรูปทิเบต

?   จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองทิมพู (ระยะทาง 53 ก.ม. ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง)  ท่านจะเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทางที่ลัดเลาะไปตามแนวเขา มีลำธารไหลขนาบข้าง ท่านจะได้รับอากาศบริสุทธิ์สัมผัสกับน้ำเย็นฉ่ำที่มาจากเทือกเขาหิมาลัย

?   ทิมพูซอง (THIMPHU DZONG)
ซึ่งเป็นวัดหลักและใหญ่ที่สุดในภูฏาน เทียบได้กับวัดพระแก้วของเรา ซึ่ง ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ทำการของรัฐบาล และองค์ประมุข จึงเป็นศูนย์กลางแห่งการบริหารราชอาณาจักร เปรียบเสมือนหัวใจที่รวมจิตวิญญาณของภูฐานทั้งหมด  สถานที่แห่งนี้จึงถือเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด โดยปกติจะอนุญาตให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ที่เลื่อมใสในพุทธศาสนาและเข้าใจวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของภูฎานเท่านั้น  นอกจากนั้นเราจะได้ชมสถาปัตยกรรมที่งดงามและมีเอกลักษณ์ของภูฎานอีกด้วย (หมายเหตุ – การจุดดวงประทีปในทิมพูซอง ขึ้นอยู่กับช่วงที่เดินทางด้วย เนื่องจากบางช่วง พระประจำวัดจะไปจำวัดที่อื่น) (โปรดแต่งกายสุภาพ)

?ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม
พักที่ ณ  HOTEL DORJI ELEMENT, THIMPHU พักผ่อนตามอัธยาศัย


 

วันที่สอง ทิมพู – ดอจูล่า- ปูนาคา – ทิมพู
?เช้า   รับประทาน อาหารเช้า ณ โรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพูนาคา (PUNAKA)

?
   แวะชมวิวที่ ดอร์ชูล่า(Dorchula) จุดที่สูงที่สุดของเส้นทางที่เราผ่านระดับความสูง 2,743 เมตร และชมยอดเขาทางทิศเหนือ  ถ้าท้องฟ้าแจ่มใส ท่านจะเห็นเทือกเขาหิมาลัยทางฝั่งตะวันออก มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดเวลา นอกเหนือจากทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว บริเวณนี้ยังถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยพระราชินีในกษัตริย์พระองค์ก่อน (King Jigme Singye Wang Chuck) ได้โปรดให้สร้างเจดีย์จำนวน 108 องค์เพื่อเป็นการระลึกถึงการที่กษัตริย์พระองค์ก่อนได้เสด็จปราบจลาจลด้วยพระองค์เองที่ชายแดนภูฏานและอินเดีย เมื่อปีพ.ศ. 2003

?เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารพื้นเมือง (พูนาคา)

?   ปราสาทปูนาคาซอง (PUNAKA DZONG) ซึ่งตั้งอยู่ตรงบริเวณที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกันท่านจะได้เข้าไปชมภายใน ซึ่งตกแต่งด้วยศิลปะอันงดงามเฉพาะตัว ท่านจะได้เห็นเณรจำนวนมากที่กำลังศึกษาพระธรรมบางส่วนเป็นห้องบูชาซึ่งมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ พูนาคาซอง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1837 แต่ได้รับความเสียหายในเวลาต่อมาเนื่องจากไฟไหม้และน้ำในแม่น้ำไหลเอ่อขึ้นมาท่วม ปัจจุบันได้ซ่อมแซมให้สมบูรณ์กว่าเดิม ที่  พูนาคา ในหน้าหนาวอากาศจะอุ่นกว่าที่อื่น สมเด็จพระสังฆราชของภูฏานจึงเสด็จมาประทับที่นี่ในหน้าหนาวด้วย จึงถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงของภูฏานในหน้าหนาว  (โปรดแต่งกายสุภาพ)    ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับเมืองทิมพู อิสระช้อปปิ้งในเมืองทิมพู

?ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ ณ  HOTEL DORJI ELEMENT, THIMPHU พักผ่อนตามอัธยาศัย


 

วันที่สาม ทิมพู – พาโร
?เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม แล้ว CHECK – OUT

?   สถูปสีขาวยอดสีทอง (MEMORIES CHORTEN) สูง 200 เมตร ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล สร้างในปี ค.ศ. 1974 สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงกษัตริย์ที่ 3 (KING JIGME DORJI WANGCHUCK)

?   ทำการไปรษณีย์ (Post Office) *** พิเศษ….เชิญทุกท่านร่วมแต่งกายตามแบบภูฏาน หรือชุดประจำชาติภูฏาน พร้อมถ่ายรูปทำแสตมป์  เป็นที่ระลึก*** (ทางบริษัทจัดให้เป็นที่ระลึก) (หมายเหตุ: ชุดแต่งกายประจำชาติจัดเตรียมโดยทางบริษัทฯ เพื่อใส่เข้าร่วมงานเท่านั้น) แสตมป์ที่นี่มีในรูปแบบต่าง ๆ ภูฏานจัดเป็นประเทศ “เจ้าแห่งแสตมป์” แห่งหนึ่งของโลก แสตมป์ของภูฏานจะมีให้เลือกในรูปแบบ และราคาที่หลากหลาย ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและพระราชวัง (ซอง) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่าง ๆ รวมถึงโปสการ์ดของสถานที่ต่างๆ

?   ขึ้นบนยอดเขาเป็นจุดวิวที่สวยงามที่สุดของทิมปูเราจะมองเห็นเมืองทิมปูทั่วทั้งเมืองขากลับลงมาพาท่านชม“ทาคิน” (NATIONAL ANIMAL OF BHUTAN) ถือเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฐานซึ่งเป็นสัตว์พิเศษที่มีลักษณะผสมระหว่างแพะกับวัวเป็นสัตว์ที่มีเฉพาะในประเทศภูฏานเท่านั้น

?เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

13.00 น      นำท่านเดินทางสู่เมืองพาโร (ระยะทาง 53 ก.ม. ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง) ถึงเมืองพาโร

?   อิสระชมเมืองพาโร ช้อปปิ้งงตามอัธยาศัย

?ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ ณ  METTA RESORT  , PARO หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย


 

วันที่สี่  พาโร – ขึ้นเขาทักซัง
?เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

?    เดินทางสู่ วัดทักซัง  (TIGER’S NEST) หรือวัดรังเสือ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 8 วัดเป็นหนึ่งในสถานที่บูชาส่วนใหญ่ของผู้แสวงบุญในเทือกเขาหิมาลัยเป็นวัดที่ตั้งอยู่บน หน้าผาสูง 900 เมตร สูงกว่าระดับทะเล 3,000 เมตร เชื่อกันว่า กูรูริมโปเช ขี่เสือมาจำศีลภาวนาอยู่ในหน้าผาแห่งนี้ จึงได้ชื่อว่า  Taktsang สร้างขึ้นในปี 1692 โดย Tenzin Gyalse Rabgye Gyalse Tenzin Rabgye ที่เชื่อว่าเป็นวิญญาณของ Padmasambhava ตำนานเชื่อว่า Padmasambhava (Guru Rimpoche) จาก Khenpajong ทิเบต ขี่หลังของเสือตัวเมีย บินไปยังสถานที่นี้ Guru Rinpoche และนั่งวิปัสสนา เป็นเวลาสามเดือนในถ้ำที่ Taktshang นอกจากนี้เขายังปราบปรามแปดหมวดหมู่ของวิญญาณชั่วร้ายและแปลงหุบเขาเพื่อพระพุทธศาสนา  และ Guru Rinpoche กลับไปทิเบตและส่งการเรียนการสอนเหล่าสาวกของพระองค์
**หมายเหตุ** รายการทัวร์นี้รวมค่าขี่ม้าท่านละ 20 USD **ท่านต้องจองล่วงหน้าและไม่สามารถยกเลิกการจองได้ โปรดแจ้งกับหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่น (ม้าจะนำท่านไปประมาณครึ่งทาง จากนั้นต้องใช้การเดินเท้าเพื่อขึ้นสู่วัด  เนื่องจากเส้นทางเดินเป็นหน้าผาสูงชัน และขากลับจะใช้การเดินเท้าลงมาบริเวณลานจอดรถ

?เที่ยง    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองบนเขา (อาหารมังสวิรัติ)

นำคณะเดินทางลงจากยอดเขาหรือวัดรังเสือกลับสู่ที่พักอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
?    ชมการแสดง ระบำหน้ากากเทซู ของชาวภูฏานที่หาดูได้ยากเพราะทางประเทศภูฏานจะจัดช่วงงานเทศกาลปีละครั้งประมาณ ก.ย. หรือต.ค.แล้วแต่ปฏิทินภูฏาน

?ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม


 

วันที่ห้า  พาโร – กรุงเทพฯ
07.00 น   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม ได้เวลาอันสมควรเดินทางไปสนามบิน

11.00 น.     เหิรฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Druk Air (KB) เที่ยวบินที่ KB120

16.20 น.     ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจไม่รู้ลืม…